แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
โรคข้ออักเสบ ยิ่งอ้วนยิ่งรุนแรง
โรคข้ออักเสบ ยิ่งอ้วนยิ่งรุนแรง
โรคข้ออักเสบยิ่งอ้วนยิ่งรุนแรงจะทำให้หลัง สะโพก หัวเข่า และเท้าต้องรับภาระจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป แนะออกกำลังกายเสริมแกร่งกล้ามเนื้อ
นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคข้ออักเสบเกิดจากการเสื่อมสภาพตามปกติของข้อต่อ หรือเกิดจากการบาดเจ็บ อักเสบ ติดเชื้อ หรือไม่ปรากฏสาเหตุแน่ชัด สำหรับคนที่อ้วนมากๆ จะเคลื่อนไหวลำบาก ความอ้วนจะทำให้หลัง สะโพก หัวเข่า และเท้าต้องรับภาระจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้ข้ออักเสบมีอาการรุนแรงขึ้น โรคข้ออักเสบที่พบทั่วไป คือ โรคข้อเสื่อม เกิดจากข้อต่อเสื่อมสภาพตามปกติ และเกิดจากเอนไซม์ขาดสมดุล พบบ่อยในคนอายุ 50 ปี ขึ้นไป และไม่ค่อยพบในคนหนุ่มสาว ยกเว้นถ้ามีอาการบาดเจ็บที่ข้อต่อ โรคข้ออักเสบส่วนใหญ่จะเป็นแบบเรื้อรังหรืออาจเป็นไปตลอดชีวิตของผู้ป่วย
ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจมีลักษณะเป็น ๆ หาย ๆ แต่ข้ออักเสบบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งอาการของโรคข้ออักเสบที่สำคัญคือ มีข้อบวมเป็น ๆ หาย ๆ ในข้อหนึ่งข้อใด มีอาการแดงหรือร้อนบริเวณข้อ ข้อฝืดขัดเป็นเวลานานในตอนเช้า ไม่สามารถเคลื่อนไหวข้อได้เป็นปกติ มีไข้ น้ำหนักลด หรืออ่อนแรง ถ้ามีอาการดังกล่าวข้อใดข้อหนึ่งเป็นครั้งแรก และเป็นนานกว่าสองสัปดาห์ ควรไปพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวินิจฉัยแยกโรคข้ออักเสบแต่ละชนิดออกจากกัน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
สำหรับการรักษาโรคข้ออักเสบมีเป้าหมายคือลดอาการปวดเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและทำให้ข้อเคลื่อนไหวดีขึ้น ซึ่งมีหลายวิธี ได้แก่ การรับประทานยาแก้ปวดลดการอักเสบ ซึ่งมีอยู่หลายชนิด แพทย์จะเลือกให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยพิจารณาจาก ชนิดของข้ออักเสบ ความรุนแรงและลักษณะของผู้ป่วย การใช้อุปกรณ์ เช่น ไม้เท้า เฝือกชั่วคราว
รวมถึงฝึกการใช้ข้อในชีวิตประจำวันให้ถูกวิธี เพื่อช่วยลดแรงที่กระทำต่อข้อ ป้องกันไม่ให้ข้อต้องทำงานมากเกินไป การบริหารและการทำกายภาพบำบัด เช่น การประคบด้วยความร้อน การผ่าตัด ซึ่งจะใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น มีภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหรือกรณีที่ข้อถูกทำลายไปมาก และไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ เช่น การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแนวของข้อ ผ่าตัดใส่ข้อเทียม เป็นต้น
อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีปฏิบัติตนให้ห่างไกลโรคข้ออักเสบ คือ ควรนั่ง ยืน เดิน ให้น้ำหนักตัวถ่ายเทไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างสมดุล เช่น ถ้าจะยกของหนักก็ควรใช้มือทั้งสองข้างยกขึ้นพร้อมกัน ใช้ไม้เท้าหรือไม้ค้ำยันช่วยเดิน ไม่ควรใช้มือผลักประตูที่หนาและมีน้ำหนักมาก ควรใช้ตัวผลักเข้าไปแทน หรือถ้าต้องหยิบของที่ตกพื้น ควรใช้วิธีย่อตัวลงและหยิบของโดยรักษาหลังให้ตรงอยู่เสมอ
อย่าใช้มือกำหรือจับอะไรที่ทำให้ข้อต่อนิ้วตึง เช่น เลิกใช้กระเป๋าแบบที่ต้องถือด้วยมือ มาใช้กระเป๋าสะพายแทน และในช่วงที่ทำงานนานๆ ควรพักเป็นระยะ เพื่อยืดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ที่สำคัญควรออกกำลังโดยการเคลื่อนไหว กลุ่มกล้ามเนื้อใหญ่สัก 15-20 นาที ด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เบื้องต้น ได้แก่ การเดิน การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ และการเต้นรำ เพื่อสร้างความแข็งแรงและเสริมความทนทานให้กล้ามเนื้อ
ที่มา : เว็บไซต์มติชนออนไลน์
http://www.thaihealth.or.th/
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558
สมุนไพรชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง หญ้าหมอน้อย
สมุนไพรชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง มีสรรพคุณมากมาย กินง่าย มีรสชาติดีเยี่ยม จึงได้มีการพัฒนาเป็นยาในรูปแบบชง แบบชาชง แบบแคปซูล แบบลูกอมเม็ดแข็ง แบบลูกกวาดนุ่ม แบบหมากฝรั่ง แบบแผ่นฟิล์มละลายเร็ว และแบบผลิตภัณฑ์กาแฟผสมหญ้าดอกขาว ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายและนำไปใช้ประโยชน์กันได้ง่ายขึ้น ซึ่งในปัจจุบันชาหญ้าดอกขาวถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ.2555 ในส่วนยาพัฒนาจากสมุนไพรสำหรับลดความอยากบุหรี่ในรูปแบบชง ใช้กินครั้งละ 2 กรัม โดยชงกับน้ำร้อนประมาณ 120-200 มิลลิเมตร ใช้กินหลังอาหารวันละ 3-4 ครั้ง ส่วนในรูปแบบชาชง ก็คือการนำหญ้าดอกขาวแห้งมาบดเป็นผงละเอียด แล้วบรรจุลงในถุงชาขนาดเล็ก วิธีรับประทานก็ให้นำถุงชามาจุ่มลงในน้ำร้อนแล้วทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำมาอมไว้ในปากประมาณ 1-2 นาทีเช่นเดียวกับแบบชงดื่ม ส่วนในรูปของยาอมแบบอัดเม็ด ก็มาจากการนำหญ้าดอกขาวมาเคี่ยวแล้วทำให้เป็นผงแห้งก่อนการอัดเม็ด รูปแบบนี้ทำให้พกพาง่ายและสะดวก ก่อนจะสูบบุหรี่ทุกครั้งก็ให้นำมาอมไว้ในปากจนละลายหมดแล้วจึงค่อยสูบบุหรี่ ก็จะช่วยทำให้เลิกบุหรี่ได้ครับ
หญ้าหมอน้อย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หญ้าหมอน้อย ทำให้ปากแห้ง คอแห้ง มีประโยชน์ในควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย
หญ้าหมอน้อย
ยาชนิดแล้วจะทำให้ปากแห้ง คอแห้ง ทำให้ไม่อยากอาหาร (ควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคไตเนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้มีโพแทสเซียมสูง) ด้วยเหตุนี้หญ้าดอกขาวจึงอาจมีประโยชน์ในควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
วิธีลดน้ำหนัก
วิธีลดน้ำหนัก
ข้อมูลจาก http://www.doctor.or.th/ หมอชาวบ้าน ครับ..
โพสโดย somsak เมื่อ 1 มกราคม 2551 00:00
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์กรรมการบริหารแพทยสภา
วิธีลดน้ำหนัก
หลักการลดน้ำหนักคือต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ...อย่าหยุดกินอาหาร แต่ต้องเลือกกินสารอาหารที่ให้พลังงานมีอยู่ ๓ กลุ่มเท่านั้นคือ ไขมัน แป้ง และโปรตีน ซึ่งให้พลังงาน ๙, ๔ และ ๔ กิโลแคลอรีต่อ ๑ กรัมตามลำดับ จะเห็นได้ว่าไขมันให้พลังงานมากที่สุด จะอ้วนได้ง่ายที่สุดถ้ากินไขมันมากๆ การกินไขมัน (ไขมันสัตว์) มากๆ จะไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะหลอดเลือด เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดตีบ
ถ้าหยุดกินอาหารจะทำให้ ร่างกายเสียทั้งโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ไขมัน และแป้ง แป้งมีอยู่ในปริมาณจำกัดคือ อยู่ในรูปแบบของไกลโคเจน ที่ตับ ๑๐๐ กรัม ที่กล้ามเนื้ออีก ๔๐๐ กรัม หรือรวมแล้วเป็นพลังงานเพียง ๒,๐๐๐ กิโล-แคลอรี (๕๐๐ กรัม x ๔) ร่างกายมีไขมันเป็นพลังงานถึงแสนกิโลแคลอรี
วิธีการลดน้ำหนักจึงต้องเลือกกินอาหาร เน้นหนัก ไปทางพืช ผัก ถั่ว เห็ด เต้าหู้ ปลา พยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง ของทอด น้ำหวาน ของหวาน กะทิ น้ำตาล เพราะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานมาก แม้แต่ข้าวหรือขนมปัง ถ้ากินมากเกินไป เมื่อถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน
วิธีการกินอาหารจึงต้องค่อยๆ กิน ดื่มน้ำมากๆ ก่อนหรือระหว่างกินอาหาร เริ่มต้นด้วยการกินซุปผัก ๑-๒ จาน เคี้ยวช้าๆ พูดคุยบ้าง หลังจากนั้นกินสลัดผักมากๆ อย่าใช้น้ำสลัดที่หวาน กินผักหลายๆ ชนิด เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ หัวหอม เพราะพืช ผัก เป็นแหล่งอาหารที่ดี มีไขมันประเภทดีและมีพลังงานน้อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
หลังจากนั้นจึงกิน (ถ้ายังไม่อิ่ม) ปลาทะเล (แต่พยายามหลีกเลี่ยงไข่ปลา) พยายามกินปลาที่ต้ม นึ่ง ลวก แทนที่จะทอด ถ้าเบื่อปลา จะเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อื่นก็ต้องเลือกไก่ที่เอาหนังออก (หนังมีไขมันมาก)
คนที่ชอบกินข้าวก็อาจกินข้าวได้บ้าง (๑ จาน) กับปลาหรือไก่ ควรค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กิน กินไปพูดคุยไป ดื่ม น้ำไป ที่แนะนำให้ทำเช่นนี้เพราะร่างกายมนุษย์ก็แปลก กว่าจะรู้ตัวว่าอิ่มจะต้องใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ด้วยเหตุนี้เองถ้ารีบกินเร็วไป จะกินได้มากภายใน ๒๐ นาที ก่อนที่จะรู้ตัวว่าอิ่ม แต่ถ้าค่อยๆ กินจะพบว่าภายใน ๒๐ นาทีเรายังไม่ค่อยได้กินอะไรมากปรากฏว่าอิ่มแล้ว
หลังอาหารไม่น่าจะกินของหวาน ถ้าจะกินของหวานให้เลือกกินผลไม้ที่ไม่หวานจัด การกินอาหารแต่ละวันจะต้องแบ่งออกเป็น ๓ มื้อ แทนที่จะกินมื้อเดียว จะช่วยทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเบากว่า เพราะการกินอาหารแต่ละมื้อร่างกายใช้พลังงานเผาผลาญ ดูดซึมอาหารมาก นั่นคือ มื้อเช้าร้อยละ ๒๕ ของพลังงานทั้งหมดที่จะกินต่อวัน มื้อกลางวันร้อยละ ๕๐ และมื้อเย็นร้อยละ ๒๕ (อย่างน้อย ๓-๔ ชั่วโมงก่อนนอน) และพยายามออกกำลังกายภายใน ๒ ชั่วโมงก่อนอาหารมื้อเย็น
การคุมอาหารอย่างเดียวพบว่าลดน้ำหนักได้ยาก แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยจะสามารถช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังช่วยทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเก่าด้วย ฉะนั้นควรคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายโดยไม่คุมอาหาร ออกกำลังกาย เท่าไหร่ก็จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้ เพราะขนมปัง ๑ แผ่น หรือไข่ไก่ ๑ ฟอง จะให้พลังงาน ๑๐๐ กิโลแคลอรี ซึ่งถ้าร่างกายจะเผาผลาญ ๑๐๐ กิโลแคลอรี เราจะต้องเดินหรือวิ่ง ๑ ไมล์!
ฉะนั้น ถ้ากินเต็มที่อาจจะต้องวิ่งถึง ๒๐ ไมล์ เพื่อที่จะเผาผลาญพลังงานที่กินหรือดื่มเข้าไปจากการกินอาหารเพียงมื้อเดียว!
พยายามลดน้ำหนักตัวเพียงครึ่งถึง ๑ กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และชั่งน้ำหนักทุกวันในเวลาเดียวกัน เช่น ชั่งช่วงเช้าหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะดูว่าน้ำหนักไม่เพิ่มหรือลดเกินไป
If we could give individual the right amount of nourishment and exercise, not too little and not too much, we would have found the safest way to health
Hippocrates 460-377 BC
ถึงแม้ฮิปโพเครตีสบิดาของวงการแพทย์ชาวกรีกได้กล่าวไว้หลายพันปีแล้ว แต่ยังเป็นคำกล่าวที่ยังเป็นความจริงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และเป็นการแนะนำที่ดีที่สุด ถ้าทุกๆ คนทำตามนี้ได้จะป้องกัน ลดการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง ความดันเลือดสูง เบาหวาน มะเร็ง กระดูกพรุน อ้วน และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาจจะตามมา
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะกินก็ควรจะกินให้เป็น และถ้าจะเป็นโรคต้องเป็นโรคที่ยังป้องกันไม่ได้
ข้อมูลสื่อ
วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ไข่ ช่วยลดน้ำหนัก
ไข่ มีสารอาหารช่วยลดน้ำหนัก
ไข่ อาหารที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีคุณค่าประโยชน์ที่เราก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว ใครที่คิดว่ากินไข่จะทำให้อ้วน รู้หรือไม่คะว่าไข่มีสารอาหารถึง 7 ชนิดที่จะช่วยให้สาวๆ ลดน้ำหนัก ได้ไวขึ้น
1. โคลีน (Choline)
โคลีนสามารถช่วยลดน้ำหนักและยังช่วยต่อต้านมะเร็งร้ายให้ห่างไกลจากร่างกายของคุณได้ด้วย ซึ่งความจริงแล้วโคลีนก็คือวิตามินบี ที่จะเข้าไปเปิดการทำงานของยีนในร่างกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานและช่วยต่อต้านมะเร็งเต้านมได้ อีกทั้งยังช่วยเยียวยาจิตใจและรักษาสุขภาพสายตาอีกด้วย
2. วิตามิน ดี (Vitamin D)
วิตามิน ดี สามารถช่วยเสริมสร้างแคลเซียมบำรุงกระดูกของร่างกายให้แข็งแร็งเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้วิตามินดีในไข่ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เหมือนกัน อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างพลังงาน และลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมอีกด้วย
3. วิตามินบี6 (Vitamin B6)
ในอาหารมากมายหลายชนิดอุดมไปด้วยวิตามินบี6 รวมทั้งไข่ก็เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินชนิดนี้เช่นกัน ซึ่งวิตามินบี6 จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเผาผลาญอาหารและช่วยให้วงจรการนอนหลับดีขึ้นด้วย
4. โปรตีน (Protein)
ไข่ 1 ฟองอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 6 กรัม ที่สามารถเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานได้โดยปราศจากแป้ง หากต้องการคงสภาพความตึงกระชับของกล้ามเนื้อไว้ ให้กินไข่ 1 ฟองกับไข่ขาว 2 ฟอง วิธีนี้จะทำให้คุณได้รับโปรตีนอย่างล้นหลามเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างรวดเร็วด้วย
5. วิตามินบี12 (Vitamin B12)
ถือได้ว่าไข่เป็นแหล่งรวมวิตามินบี12 ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่ไม่อยากกินเนื้อสัตว์หรืออาหารเสริม นอกจากนี้วิตามินบี12 ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญเกือบจะทุกเซลล์ในร่างกายเลยทีเดียว
6. กรดไขมันจำเป็น (EFA)
แค่ฟังชื่อก็ชวนให้สงสัยแล้วว่าจะช่วยทำให้น้ำหนักลดได้อย่างไรกัน แต่หากคุณรู้จักกรดไขมันจำเป็น (EFA) คุณจะหลงรักมันเลยล่ะ เพราะถ้าคุณกำลังคิดลดน้ำหนัก เจ้ากรดไขมันนี่แหละจะเป็นตัวช่วยเผาผลาญไขมัน อีกทั้งยังทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งยืดหยุ่นและส่งผลดีต่อระบบหัวใจด้วย และแม้ว่าไข่จะมีไขมันอิ่มตัว แต่ไขมันเหล่านั้นก็เป็นไขมันชนิดที่ดี
7. ลิวซีน (Leucine)
ลิวซีน คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งจำเป็นมากต่อการลดน้ำหนัก เพราะลิวซีนจะช่วยเร่งการทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร ช่วยขัดขวางการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มพลังงานให้ก่อนออกกำลังกาย ซึ่งแน่นอนว่า ไข่ นี่แหละเป็นแหล่งรวมลิวซีนชั้นเลิศ เอาเป็นว่าลองเลือกเมนูไข่มาเป็นอาหารมื้อก่อนไปออกกำลังกายเถอะนะคะ
ที่มา...กระปุกดอทคอม
เม็ดแมงลักตัวช่วยในการลดน้ำหนัก
เม็ดแมงลัก มีสารอาหารและวิตามินสำหรับสุขภาพ เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำความสะอาดผนังลำไส้ การนำเม็ดแมงลักมาใช้เป็นลักษณะพองตัวในน้ำ ซึ่งมีผลในการช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะเมื่อเม็ดแมงลักพองตัว ทำให้กินอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง อิ่มนาน ทำให้หลายคนอาจนำเม็ดแมงลักมากินทดแทนมื้อเย็น หรือตัวช่วยเวลาหิวดึกๆ ทำให้ในแต่ละวันอิ่มแต่ได้พลังงานที่น้อยลง
การที่เราได้พลังงานที่น้อยลง ร่างกายใช้มากกว่าที่อาหารที่ได้รับ ร่างกายจะดึงไขมันสะสมที่มีอยู่เดิมออกมาเผาผลาญ จะทำให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างช้าๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://women.thaiza.com/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






