แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หญ้าดอกขาวสามารถช่วยลดการสูบบุหรี่ลงได้

  • ต้น ใบ และรากของหญ้าดอกขาวมีสารสำคัญคือ Sodium nitrate
  •  ทำให้ลิ้นชา ช่วยลดอาการอยากบุหรี่ได้ จากการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของหญ้าดอกขาวกับยาหลอกในการลดการสูบบุหรี่ พบว่า หญ้าดอกขาวสามารถช่วยลดการสูบบุหรี่ลงได้มากกว่ากลุ่มควบคุม และพบว่าสมุนไพรหญ้าดอกขาวในรูปแบบการนำไปเคี่ยว คือการนำหญ้าดอกขาวแห้ง 20 กรัม ผสมกับน้ำ 3 แก้ว แล้วต้มเคี่ยวจนเหลือเพียง 1 แก้ว แล้วนำมาอมไว้ในปากประมาณ 1-2 นาทีแล้วค่อยกลืน จากนั้นจึงค่อยสูบบุหรี่ จะทำให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนทำให้ไม่อยากสูบยุหรี่ในที่สุด และลดจำนวนของมวนบุหรี่ที่ใช้สูบต่อวันได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่ว่าจะสูบเบาหรือสูบหนักมาก่อนก็ตาม และจากการวิจัยพบว่าหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน จะช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ได้ถึง 60% และหากออกกำลังกายร่วมด้วยก็จะช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ลงได้ 62% และที่สำคัญยังช่วยทำให้คนเลิกบุหรี่ได้สูงถึง 60-70% หากออกกำลังกายร่วมด้วย 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://frynn.com

วิธีลดน้ำหนัก

วิธีลดน้ำหนัก



ข้อมูลจาก http://www.doctor.or.th/ หมอชาวบ้าน ครับ..
โพสโดย somsak เมื่อ 1 มกราคม 2551 00:00
 นพ.พินิจ กุลละวณิชย์กรรมการบริหารแพทยสภา
วิธีลดน้ำหนัก

หลักการลดน้ำหนักคือต้องลดไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ...อย่าหยุดกินอาหาร แต่ต้องเลือกกินสารอาหารที่ให้พลังงานมีอยู่ ๓ กลุ่มเท่านั้นคือ   ไขมัน แป้ง และโปรตีน ซึ่งให้พลังงาน ๙, ๔ และ ๔  กิโลแคลอรีต่อ ๑ กรัมตามลำดับ จะเห็นได้ว่าไขมันให้พลังงานมากที่สุด จะอ้วนได้ง่ายที่สุดถ้ากินไขมันมากๆ การกินไขมัน (ไขมันสัตว์) มากๆ จะไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะหลอดเลือด เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดตีบ

ถ้าหยุดกินอาหารจะทำให้ ร่างกายเสียทั้งโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ไขมัน และแป้ง แป้งมีอยู่ในปริมาณจำกัดคือ อยู่ในรูปแบบของไกลโคเจน ที่ตับ ๑๐๐ กรัม ที่กล้ามเนื้ออีก ๔๐๐ กรัม หรือรวมแล้วเป็นพลังงานเพียง ๒,๐๐๐ กิโล-แคลอรี (๕๐๐ กรัม x ๔) ร่างกายมีไขมันเป็นพลังงานถึงแสนกิโลแคลอรี

วิธีการลดน้ำหนักจึงต้องเลือกกินอาหาร เน้นหนัก ไปทางพืช ผัก ถั่ว เห็ด เต้าหู้ ปลา พยายามหลีกเลี่ยงมันสัตว์ หนังสัตว์ เครื่องใน ไข่แดง ของทอด น้ำหวาน ของหวาน กะทิ น้ำตาล เพราะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานมาก แม้แต่ข้าวหรือขนมปัง ถ้ากินมากเกินไป เมื่อถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน
วิธีการกินอาหารจึงต้องค่อยๆ กิน ดื่มน้ำมากๆ ก่อนหรือระหว่างกินอาหาร เริ่มต้นด้วยการกินซุปผัก ๑-๒ จาน เคี้ยวช้าๆ พูดคุยบ้าง หลังจากนั้นกินสลัดผักมากๆ อย่าใช้น้ำสลัดที่หวาน กินผักหลายๆ ชนิด เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ หัวหอม เพราะพืช ผัก เป็นแหล่งอาหารที่ดี มีไขมันประเภทดีและมีพลังงานน้อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
หลังจากนั้นจึงกิน (ถ้ายังไม่อิ่ม) ปลาทะเล (แต่พยายามหลีกเลี่ยงไข่ปลา) พยายามกินปลาที่ต้ม นึ่ง ลวก แทนที่จะทอด ถ้าเบื่อปลา จะเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์อื่นก็ต้องเลือกไก่ที่เอาหนังออก (หนังมีไขมันมาก)

คนที่ชอบกินข้าวก็อาจกินข้าวได้บ้าง (๑ จาน) กับปลาหรือไก่ ควรค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กิน กินไปพูดคุยไป ดื่ม น้ำไป ที่แนะนำให้ทำเช่นนี้เพราะร่างกายมนุษย์ก็แปลก กว่าจะรู้ตัวว่าอิ่มจะต้องใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที ด้วยเหตุนี้เองถ้ารีบกินเร็วไป จะกินได้มากภายใน ๒๐ นาที ก่อนที่จะรู้ตัวว่าอิ่ม แต่ถ้าค่อยๆ กินจะพบว่าภายใน ๒๐ นาทีเรายังไม่ค่อยได้กินอะไรมากปรากฏว่าอิ่มแล้ว

หลังอาหารไม่น่าจะกินของหวาน ถ้าจะกินของหวานให้เลือกกินผลไม้ที่ไม่หวานจัด การกินอาหารแต่ละวันจะต้องแบ่งออกเป็น ๓ มื้อ แทนที่จะกินมื้อเดียว จะช่วยทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเบากว่า เพราะการกินอาหารแต่ละมื้อร่างกายใช้พลังงานเผาผลาญ ดูดซึมอาหารมาก  นั่นคือ มื้อเช้าร้อยละ ๒๕ ของพลังงานทั้งหมดที่จะกินต่อวัน มื้อกลางวันร้อยละ ๕๐ และมื้อเย็นร้อยละ ๒๕ (อย่างน้อย ๓-๔ ชั่วโมงก่อนนอน) และพยายามออกกำลังกายภายใน ๒ ชั่วโมงก่อนอาหารมื้อเย็น

การคุมอาหารอย่างเดียวพบว่าลดน้ำหนักได้ยาก แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยจะสามารถช่วยทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังช่วยทำให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเก่าด้วย ฉะนั้นควรคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย  ถ้าออกกำลังกายโดยไม่คุมอาหาร ออกกำลังกาย เท่าไหร่ก็จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้ เพราะขนมปัง ๑ แผ่น หรือไข่ไก่ ๑ ฟอง จะให้พลังงาน ๑๐๐ กิโลแคลอรี ซึ่งถ้าร่างกายจะเผาผลาญ ๑๐๐ กิโลแคลอรี เราจะต้องเดินหรือวิ่ง ๑ ไมล์!

ฉะนั้น ถ้ากินเต็มที่อาจจะต้องวิ่งถึง ๒๐ ไมล์ เพื่อที่จะเผาผลาญพลังงานที่กินหรือดื่มเข้าไปจากการกินอาหารเพียงมื้อเดียว!
พยายามลดน้ำหนักตัวเพียงครึ่งถึง ๑ กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และชั่งน้ำหนักทุกวันในเวลาเดียวกัน เช่น ชั่งช่วงเช้าหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะดูว่าน้ำหนักไม่เพิ่มหรือลดเกินไป
If we could give individual the right amount of nourishment and exercise, not too little and not too much, we would have found the safest way to health
Hippocrates 460-377 BC
ถึงแม้ฮิปโพเครตีสบิดาของวงการแพทย์ชาวกรีกได้กล่าวไว้หลายพันปีแล้ว แต่ยังเป็นคำกล่าวที่ยังเป็นความจริงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และเป็นการแนะนำที่ดีที่สุด ถ้าทุกๆ คนทำตามนี้ได้จะป้องกัน ลดการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง ความดันเลือดสูง เบาหวาน มะเร็ง กระดูกพรุน อ้วน และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อาจจะตามมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะกินก็ควรจะกินให้เป็น และถ้าจะเป็นโรคต้องเป็นโรคที่ยังป้องกันไม่ได้

ข้อมูลสื่อ

345-004
นิตยสารหมอชาวบ้าน 345
มกราคม 2551
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

10 เครื่องดื่มที่ควรระวัง สำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก


10 เครื่องดื่มที่ควรระวัง สำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก



10 เครื่องดื่มที่ควรระวัง สำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก

          หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังลดน้ำหนัก และได้ทำการควบคุมอาหารแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พึงจะต้องระวังก็คือเครื่องดื่ม เพราะเครื่องดื่มบางชนิดกให้น้ำตาลสูงและไม่ดีต่อสุขภาพด้วย วันนี้เราจะมาดู 10 เครื่องดื่มที่ควรระวังสำหรับการควบคุมน้ำหนัก 

     1. น้ำผลไม้

          เพราะน้ำผลไม้ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยน้ำตาล เว้นเสียแต่จะเป็นน้ำผลไม้ที่แปะฉลากไว้ว่า เป็นน้ำผลไม้ 100%

     2. กาแฟเย็นโปะวิปครีม

          กาแฟเย็นรสหวานมัน โปะวิปครีมรสชาติละมุนลงไป ช่างเอร็ดอร่อยอะไรเสียอย่างนี้ แต่รู้ไหมว่า กาแฟโปะวิปครีมแก้วหนึ่งสามารถให้พลังงานได้มากถึง 800 แคลอรี่ แถมน้ำตาลอีกตั้ง 170 กรัม หากเป็นไปได้ลองหันมาสั่งกาแฟใส่นมไขมันต่ำ ลดไซรัปลงครึ่งหนึ่ง และไม่โปะวิปครีม น่าจะดีกว่า

     3. น้ำดื่มปรุงกลิ่นและรส

          น้ำดื่มปรุงกลิ่นและรสมักมีการผสมวิตามิน หรือสารบางอย่างเพิ่มเข้ามา เช่น เพิ่มวิตามินซี เพิ่มแอลคานิทีน เป็นต้น ทำให้รู้สึกว่าเป็นน้ำดื่มที่ดีต่อสุขภาพ แต่ความจริงแล้วพวกมันส่วนใหญ่ก็ผสมน้ำตาลเทียมมาด้วยไม่น้อย 

     4. โซดา

          การบริโภคโซดาเกินพอดีมีความเกี่ยวข้องบางประการกับความอ้วน แต่ถ้านาน ๆ ครั้งจะกินสักครั้งก็ถือว่าโอเค

     5. มิกเซอร์

          บรรดามิกเซอร์สารพัดชนิดที่บาร์เหล้าล้วนมีน้ำตาลผสมอยู่ รวมทั้งมีการแต่งกลิ่นและใส่สีสังเคราะห์ด้วย 


      6. สมูทตี้ผลไม้พร้อมดื่ม

          สมูทตี้ผลไม้พร้อมดื่ม ฟังชื่อแล้วดูช่างดีต่อสุขภาพ แต่รู้ไหมว่าบรรดาสมูทตี้พร้อมดื่มทั้งหลายใส่น้ำตาลผสมมาเป็นว่าเล่น หากต้องการสมูทตี้ที่ดีต่อสุขภาพจริง ๆ สักแก้ว ปั่นกินเองที่บ้านจะดีที่สุด เพราะคุณสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาล หรือจะอาศัยความหวานจากผลไม้ล้วน ๆ เลยก็ได้ ทั้งยังปราศจากสารกันบูดด้วย

     7. เหล้า

          เหล้าแค่ 2 แก้ว ก็เพิ่มความเสี่ยงให้คุณเข้าข่ายน้ำหนักตัวเกินได้แล้ว แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นจะดื่มสังสรรค์แต่ละทีก็ควบคุมปริมาณกันด้วยนะจ๊ะ

     8. น้ำมะนาวพร้อมดื่ม

          น้ำมะนาวพร้อมดื่มนั้นมีทั้งสารแต่งสีและสารกันบูด แถมยังเสี่ยงกับปริมาณน้ำตาลที่มากเกินพอดี ทางที่ดีคั้นน้ำมะนาวดื่มเองจะปลอดภัยที่สุด

     9. น้ำดื่มเสริมเกลือแร่

          รู้ไหมว่าน้ำดื่มเสริมเกลือแร่สำหรับนักกีฬาและผู้เสียเหงื่อนั้น มีน้ำตาลและสารกันบูดผสมอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

     10. เครื่องดื่มเสริมพลังงาน

          เครื่องดื่มเสริมพลังงานที่กินแล้วสดชื่นทันใจ ก็มีน้ำตาลผสมอยู่ไม่น้อย แถมยังมีคาเฟอีนอีกด้วย (เป็นเหตุผลว่าทำไมที่ฉลากจึงมีคำเตือนว่า ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด นั่นเอง)

          น่าตกใจจริง ๆ ที่เครื่องดื่มบางชนิดที่ดูแล้วน่าจะดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำผลไม้ หรือสมูทตี้ กลับกลายเป็นเครื่องดื่มที่ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ รู้อย่างนี้แล้วคงต้องมีสติในการเลือกเครื่องดื่มกันให้มากขึ้นแล้วล่ะ การหันไปดื่มน้ำสุดคลาสสิคอย่าง "น้ำเปล่า" และรับวิตามินจากผักผลไม้สด ๆ ที่หวานน้อย น่าจะดีกับสุขภาพของคุณมากที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://women.thaiza.com/

กินมื้อเย็นไม่ให้อ้วน



สาวๆ หลายคนเลือกลดน้ำหนัก ด้วยการอดอาหาร จะบอกว่ามันเป็นวิธีที่ผิดถนัด การลดน้ำหนักที่ดีควรรับประทานอาหารครบทุกมื้อ แต่ในปริมาณที่น้อย และเลือกรับประทาน แต่อาหารมื้อเย็นคือมื้อที่น่ากลัวสุดๆ ใช่ไหมหล่ะ..

      หลักที่ถูกต้องในการรับประทานให้ดีต่อสุขภาพ ควรใช้ประโยคที่ว่า "เช้าทานอย่างราชา กลางวันทานอย่างคนธรรมดา เย็นทานอย่างยาจก"

      หลักในการรับประทานอาหารมื้อเย็น

     1. ไม่ควรอดอาหารมื้อเย็น 
      การอดอาหารอาจทำให้หิวในเวลาดึกๆ ส่งผลให้นอนไม่หลับ หรืออาจตบะแตกไปหาของกินมื้อดึกอีกก็เป็นได้ ทางที่ดีควรเลือกทานอาหารเบาๆ แคลอรี่น้อยๆ จะดีกว่า เน้นพวกผักและผลไม้

     2. หลังมื้อเย็นไม่ควรออกกำลังกายในทันที
      หลังรับประทานแล้วไปออกกำลังกายทันทีอาจทำให้จุกได้ เปลี่ยนเป็นการเดินช้าๆ ไปเรื่อยๆ จะดีกว่า

     3. หลังอาหารเย็นไม่ควรอาบน้ำในทันที
      เพราะเมื่อเราทานอาหาร ขณะที่อาหารกำลังย่อย กระเพาะต้องทำงาน เลือดต้องถูกไปหล่อเลี้ยงกระเพาะเพื่อช่วยในการย่อย ถ้าเราไปอาบน้ำทันทีหลังอาหาร ซึ่งโดยปกติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น เมื่อร่างกายโดนน้ำเย็น ๆ ก็จะทำให้เลือดจำเป็นต้องมาที่บริเวณผิวหนัง เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ดังนั้นแล้วเลือดจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องถูกแบ่งมาที่ผิวหนังก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้เลือดส่งไปที่กระเพาะได้น้อย 

     4. ทานผักและผลไม้แทนอาหารมื้อเย็น
      อาจแทนอาหารด้วยผักและผลไม้ แต่ต้องเป็นผลไม้ที่ไม่เป็นกรด เพราะท้องว่างมีกรดมากอยู่แล้ว 

     5. อาหารมื้อเย็นที่ควรหลีกเลี่ยง 
      ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก ของมัน ของทอด อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ควรเลือกทานประเภทข้าวซ้อมมือ ผักลวก ผักต้ม 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://women.thaiza.com/




อ้างอิงจาก E-magazine.info

ไข่ ช่วยลดน้ำหนัก

ไข่ มีสารอาหารช่วยลดน้ำหนัก


 ไข่ อาหารที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีคุณค่าประโยชน์ที่เราก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว ใครที่คิดว่ากินไข่จะทำให้อ้วน รู้หรือไม่คะว่าไข่มีสารอาหารถึง 7 ชนิดที่จะช่วยให้สาวๆ ลดน้ำหนัก ได้ไวขึ้น


    1. โคลีน (Choline)

      โคลีนสามารถช่วยลดน้ำหนักและยังช่วยต่อต้านมะเร็งร้ายให้ห่างไกลจากร่างกายของคุณได้ด้วย ซึ่งความจริงแล้วโคลีนก็คือวิตามินบี ที่จะเข้าไปเปิดการทำงานของยีนในร่างกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานและช่วยต่อต้านมะเร็งเต้านมได้ อีกทั้งยังช่วยเยียวยาจิตใจและรักษาสุขภาพสายตาอีกด้วย

    2. วิตามิน ดี (Vitamin D)


       วิตามิน ดี สามารถช่วยเสริมสร้างแคลเซียมบำรุงกระดูกของร่างกายให้แข็งแร็งเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้วิตามินดีในไข่ก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เหมือนกัน อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างพลังงาน และลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมอีกด้วย

   3. วิตามินบี6 (Vitamin B6)

      ในอาหารมากมายหลายชนิดอุดมไปด้วยวิตามินบี6 รวมทั้งไข่ก็เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินชนิดนี้เช่นกัน ซึ่งวิตามินบี6 จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเผาผลาญอาหารและช่วยให้วงจรการนอนหลับดีขึ้นด้วย

   4. โปรตีน (Protein)

      ไข่ 1 ฟองอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 6 กรัม ที่สามารถเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานได้โดยปราศจากแป้ง หากต้องการคงสภาพความตึงกระชับของกล้ามเนื้อไว้ ให้กินไข่ 1 ฟองกับไข่ขาว 2 ฟอง วิธีนี้จะทำให้คุณได้รับโปรตีนอย่างล้นหลามเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างรวดเร็วด้วย

   5. วิตามินบี12 (Vitamin B12)

      ถือได้ว่าไข่เป็นแหล่งรวมวิตามินบี12 ที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่ไม่อยากกินเนื้อสัตว์หรืออาหารเสริม นอกจากนี้วิตามินบี12 ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญเกือบจะทุกเซลล์ในร่างกายเลยทีเดียว

   6. กรดไขมันจำเป็น (EFA)

      แค่ฟังชื่อก็ชวนให้สงสัยแล้วว่าจะช่วยทำให้น้ำหนักลดได้อย่างไรกัน แต่หากคุณรู้จักกรดไขมันจำเป็น (EFA) คุณจะหลงรักมันเลยล่ะ เพราะถ้าคุณกำลังคิดลดน้ำหนัก เจ้ากรดไขมันนี่แหละจะเป็นตัวช่วยเผาผลาญไขมัน อีกทั้งยังทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งยืดหยุ่นและส่งผลดีต่อระบบหัวใจด้วย และแม้ว่าไข่จะมีไขมันอิ่มตัว แต่ไขมันเหล่านั้นก็เป็นไขมันชนิดที่ดี

   7. ลิวซีน (Leucine)

      ลิวซีน คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งจำเป็นมากต่อการลดน้ำหนัก เพราะลิวซีนจะช่วยเร่งการทำงานของระบบเผาผลาญอาหาร ช่วยขัดขวางการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มพลังงานให้ก่อนออกกำลังกาย ซึ่งแน่นอนว่า ไข่ นี่แหละเป็นแหล่งรวมลิวซีนชั้นเลิศ เอาเป็นว่าลองเลือกเมนูไข่มาเป็นอาหารมื้อก่อนไปออกกำลังกายเถอะนะคะ


ที่มา...กระปุกดอทคอม

"หญ้าหวาน" หวานได้ ไม่ทำให้อ้วน

"หญ้าหวาน" หวานได้ ไม่ทำให้อ้วน



  สำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนัก การเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอาจทำให้ควบคุมน้ำหนักไม่เห็นผล แต่จะให้งดไปเลยก็จะดูทรมานกันเกินไป เรามีทางเลือกสำหรับคนขาดหวานไม่ได้ แต่ไม่อยากอ้วนค่ะ

      "หญ้าหวานสมุนไพรที่ให้ความหวาน สามารถให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 300 เท่า และที่เด็ดสุดๆ หญ้าหวาน ให้พลังงาน 0 แคลอรี่ จึงเป็นเหตุผลที่จะทำให้คุณควบคุมน้ำหนักได้ สดชื่นกับเครื่องดื่มที่คุณชื่นชอบได้โดยไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะใส่ในกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ของคุณ

      นอกจากนั้นหญ้าหวานยังควบคุมความดันได้ ลดไขมันในเส้นเลือด เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย